จากกรณีที่ชาวบ้านใน ต.เพ อ.เมืองระยอง ได้ร้องเรียนต่อสื่อมวลชนว่าพบนายทุนสร้างบังกะโล หรือรีสอร์ตบนแพที่พักกลางทะเลซึ่งอยู่หลังเขื่อนกันคลื่นหน้าอ่าวทะเลบ้านเพ คล้ายกับการกระทำในลักษณะเดียวกันของ “เกาะจิกรีสอร์” จ.จันทบุรี ที่มีการก่อสร้างรุกล้ำพื้นที่ทะเลจนถูกเจ้าหน้าที่สั่งรื้อไปก่อนหน้านั้น

        ล่าสุด ผู้สื่อข่าวอธิปบูรพา ยังรายงานว่า ในพื้นที่ “ชุมชนบ้านเกาะล้าน” ซึ่งถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของเมืองพัทยา ที่มีนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติเดินทางเข้ามาพักผ่อนเฉลี่ยวันละนับหมื่นคน มีข้อมูลว่า กำลังประสบปัญหาการสร้างที่พัก หรือรีสอร์ตรุกล้ำทะเลเช่นกัน แต่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้ง เมืองพัทยา กรมเจ้าท่า กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กรมควบคุมมลพิษ อำเภอบางละมุง หรือจังหวัดชลบุรี และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกลับยังไม่มีมาตรการในการเข้าตรวจสอบ หรือดำเนินการเอาผิดอย่างเด็ดขาด ทั้งที่ “เกาะล้าน” อยู่ในพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ตามประกาศของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม  และหากยังปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป เชื่อได้ว่าในระยะเวลาไม่นาน “เกาะล้าน” ก็อาจมีสภาพเสื่อม และกลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่ไม่ได้รับความนิยม หรือเหลือไว้ให้ลูกหลานชื่นชมเหมือนเช่นในอดีต

          ไม่เพียงเท่านั้น ในวันนี้ “เกาะล้าน” ยังต้องเผชิญปัญหาเรื่องการจัดการขยะล้นเกาะ แต่ยังไร้ทิศทางการควบคุมและบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาที่มีประสิทธิภาพ แม้ที่ผ่านมา หลายหน่วยงานจะเดินทางลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบและดูสภาพปัญหา แต่จำนวนขยะตกค้างที่มีมากกว่า 5 หมื่นตัน บริเวณเขานม หน้าหาดแสม ที่ส่งกลิ่นเหม็นเน่าทำลายบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวอย่างรุนแรงก็ยังไม่ได้รับการแก้ไข แม้สภาเมืองพัทยา จะพิจารณาอนุมัติงบประมาณในการจัดการปัญหาขยะจำนวนหลายล้านบาทแล้วก็ตาม แต่ปริมาณขยะตกค้างยังคงเพิ่มขึ้นทุกวัน เนื่องจากยังไม่มีระบบการขนถ่ายมากำจัดที่เป็นรูปธรรม

โดย “เกาะล้าน” อยู่ห่างจากชายฝั่งเมืองพัทยาประมาณ 7.5 กม. มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 ไร่ มีประชากรกว่า 3,000 คน จากจำนวนครัวเรือนกว่า 600 กว่าครัวเรือน และเมื่อบวกรวมกับประชากรแฝง ทำให้พื้นที่แห่งนี้มีปริมาณผู้คนหนาแน่นกว่า 5 แสนคนในปัจจุบัน “เกาะล้าน” ยังมีจำนวนนักท่องเที่ยวเดินทางเข้ามาพักผ่อนเฉลี่ยวันละ 1.5-2 หมื่นคน หรือกว่า 5 ล้านคนต่อปี ซึ่งจากสถิติในปี 2559 พบว่า เกาะล้าน สามารถสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวรวมกว่า 47 ล้านบาท  เนื่องจากมีชายหาดที่สวยงามถึง 6 แห่ง คือ หาดตายาย หาดทองหลาง หาดตาแหวน หาดสำราญ หาดเทียน หาดแสม และหาดสังวาลย์

           แต่ด้วยปริมาณนักท่องเที่ยวที่มีมากขึ้น ทำให้ระบบสาธารณูปโภคที่รองรับมีปัญหา อีกทั้งเจ้าหน้าที่ของรัฐที่คอยกำกับดูแลมีอัตรากำลังที่จำกัด จึงทำให้เกิดปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะเรื่องของผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ทั้งน้ำเสียและขยะมูลฝอย และในส่วนของปัญหาขยะมูลฝอย มีปริมาณอยู่ที่วันละ 15-20 ตัน และจะมีการขนถ่ายโดยเรือบรรทุกจากเกาะสู่ฝั่งเพื่อกำจัด แต่ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ด้วยสภาพของเรือขนถ่ายที่ชำรุดจึงทำให้ไม่สามารถขนถ่ายมากำจัดได้ จึงส่งผลให้เกิดปัญหาขยะตกค้างเป็นเหตุให้ต้องจัดหาพื้นที่เพื่อรองรับในการพักขยะ ซึ่งเมืองพัทยา ได้พิจารณาให้ใช้พื้นที่ จำนวน 12 ไร่ บริเวณเขานม เป็นสถานที่พักขยะ แต่จากปริมาณการเก็บขนที่ไม่สอดคล้องกันจึงทำให้มีขยะตกค้างและสะสมขึ้นเรื่อยๆ จนมีมากกว่า 50,000 ตัน

         นอกจากนั้น ปัจจุบันยังพบว่ามีกลุ่มนายทุน และชาวบ้านบางรายที่ทำการก่อสร้างต่อเติมอาคารเพื่อจัดสร้างที่พัก และรีสอร์ตขึ้นโดยบุกรุกที่สาธารณะทั้งทางบก และทางน้ำ รวม 37 ราย โดยเฉพาะบริเวณท่าหน้าบ้าน ที่มีการก่อสร้างล่วงล้ำลำน้ำเกือบตลอดแนวชายฝั่ง และปัจจุบันแม้เมืองพัทยา จะมีคำสั่งให้รื้อถอน พร้อมส่งเรื่องให้กลุ่มกฎหมายเมืองพัทยาดำเนินการ แต่ก็ยังไม่มีความคืบหน้ามากนัก

         ทั้งนี้ จากปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่ของเกาะจิก จ.จันทบุรี หรือแพปลา ที่ ต.เพ จ.ระยอง แม้จะเกิดขึ้นไม่นาน แต่ภาครัฐ และเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ให้ความสำคัญในการแก้ไขจัดการในเวลาอันรวดเร็ว ทำให้ลดปัญหา และผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการท่องเที่ยวในเวลาอันสั้น ซึ่งหากการดำเนินการในลักษณะดังกล่าวเกิดขึ้นบนพื้นที่เกาะล้าน เชื่อว่าจะสามารถจัดการปัญหาต่างๆ ได้อย่างรวดเร็วแน่นอน.

Follow Us