เมื่อวันที่ 27 พ.ย.ผู้สื่อข่าวเดินทางไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่ชายหาดพัทยาเหนือ หลังได้รับการร้องเรียนจากประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากว่าที่ดังกล่าว ช่วงโค้งโรงแรมดุสิตพัทยา ซึ่งเป็นพื้นที่แรกในการดำเนินการตามโครงการเสริมทรายชายหาดพัทยาของกรมเจ้าท่า ด้วยงบประมาณกว่า 430 ล้านบาท ที่มีการขยายพื้นที่แนวชายหาดในขนาดความกว้าง 35 เมตร ตลอดความยาวกว่า 2.8 กม.ซึ่งหลังมีการปรับเปลี่ยนพื้นที่ของโครงการไปจนถึงโซนพัทยากลางและคืบหน้าไปกว่า 80 % จนใกล้แล้วเสร็จแล้วนั้น

                แต่พบว่าพื้นที่ของชายหาดพัทยาเหนือกลับมีสภาพเสื่อมโทรมเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นจุดพื้นที่ราบต่ำที่รับน้ำที่หลากมาจากพื้นที่ฝั่งตะวันออก ทำให้น้ำไหลบ่าชะเอาหน้าชายหาดและทรายไหลลงทะเลไปเป็นจำนวนมาก ทำให้ลักษณะชายหาดมีลักษณะเป็นร่องน้ำไหล ถุงบิ๊กแบ๊กขนาดไว้ที่วางฝังไว้ใต้ชายหาดเพื่อกันแนวทรายในระยะ 15 เมตรแรก ถูกน้ำซัดโผล่ขึ้นมาพ้นผิวชายหาดโดยมีเศษตะกอนและตะไคร่จับอยู่จนเต็มเนื่องจากมีน้ำที่ไหลลงสู่ทะเลตลอดเวลา จนนักท่องเที่ยวไม่สามารถใช้เป็นจุดพักผ่อนหน่อยใจได้

                จากกการลงพื้นที่สำรวจพบว่าบริเวณดังกล่าวกินพื้นที่ตลอดแนวความยาวของโค้งโรงแรมดุสิตมาทางพัทยากลาง ประมาณ 50-100 เมตร มีทั้งกอวัชพืช เศษสิ่งปฏิกูล และธารน้ำที่ไหลเซาะชายหาดจนเป็นร่องน้ำขนาดใหญ่ โดยมีถุงบิ๊กแบ๊คโผล่ขึ้นพ้นแนวชายหาด มีขยะและตะไคร่น้ำเกาะอยู่จนเต็ม กลายเป็นภาพไม่สวยงาม สมกับที่เป็นเมืองท่องเที่ยวที่มีชื่อเสียงอันดับโลก

                ด้านผู้ประกอบการที่อยู่ใกล้เคียง ต่างระบุว่ากรณีนี้ปล่อยทิ้งไว้นานแล้ว โดยเมืองพัทยาไม่นำเครื่องมือใดๆ มาฝังกลบหรือปรับสภาพให้มีความสวยงาม ทั้งๆ ที่เป็นช่วงต้นของชายหาด ทำให้ภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวเสียหาย จึงอยากให้ดำเนินการเร่งแก้ไขด้วย ไม่ใช่ปล่อยให้มีสภาพที่เห็นอยู่แบบนี้

Follow Us