คณะทำงานEEC ติดตาม 3 โครงการ ดันเมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ

         คณะทำงานประสานการลงทุนในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก(EEC) กลุ่มท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ ติดตามแผนการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ ใน 3 โครงการหลัก หวังดันแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาบุกรุกชายหาด เล็งชง “รถไฟฟ้ารางเบา” เป็น Project Fast track list เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม


            ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี (7 ก.พ.) นายกลินทร์ สารสิน ประธานคณะทำงานประสานการลงทุนในเขตส่งเสริมเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก กลุ่มท่องเที่ยวเชิงคุณภาพ พร้อมคณะเดินทางมาเข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามความหน้าของโครงการและผลการศึกษาโครงการภายใต้แผนปฏิบัติการการพัฒนาและส่งเสริมการท่องเที่ยวในพื้นที่ EEC โดยเฉพาะ 3 โครงการหลัก ได้แก่ โครงการ Pattaya On Pier โครงการ Cruise Terminal และโครงการรถไฟฟ้ารางเบา Tram โดยมี นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา คณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องจากทุกภาคส่วนเข้าร่วมกันอย่างคับคั่ง

            นายกลินทร์ กล่าวว่า นโยบายเรื่อง EEC ถือเป็นนโยบายสำคัญของชาติในการพัฒนาด้านเศรษฐกิจ การลงทุน และการท่องเที่ยว โดยมีแผนดำเนินการในหลายโครงการหลัก เพื่อเชื่อมโยงด้านการเดินทาง การค้าสู่ภูมิภาคต่างๆ โดยจัดทำในพื้นที่ 3 จังหวัด ได้แก่ ฉะเชิงเทรา ระยอง ชลบุรี ซึ่งปัจจุบันมีหลายโครงการที่ดำเนินการ และกำลังเริ่มดำเนินการไปแล้ว อาทิ โครงการสำคัญ อย่างรถไฟฟ้าความเร็วสูงเชื่อมต่อ 3 สนามบิน โครงการพัฒนาสนามบินอยู่ตะเภาให้เป็นสนามบินพานิชย์ขนาดใหญ่และเมืองแห่งการบิน รวมทั้งศูนย์ซ่อมบำรุง และโครงการพัฒนาท่าเรือแหลมฉบัง และมาบตาพุด ซึ่งมีความคืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตามในเป้าหมายยุทธศาสตร์ของ EEC กำหนดให้เมืองพัทยาเป็นศูนย์กลางด้านการท่องเที่ยวระดับนานาชาติ จึงต้องมีการจัดเตรียมความพร้อมรองรับในหลายด้าน ทั้งการคมนาคม ระบบสาธารณูปโภค โดยมีแนวคิดที่จะนำเสนอจากการระดมความคิดเห็นหลายภาคส่วน รวมทั้งการจัดทำผลการศึกษาไปบ้างแล้ว เช่น โครงการ Pattaya On Pier ซึ่งหวังให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสันแห่งใหม่ใจกลางเมืองพัทยา บริเวณด้านหลังอาคาร 101 รายพัทยาใต้ โครงการจัดทำท่าเรือสำราญ Cruise Terminal เพื่อรองรับเรือสำราญที่ขนนักท่องเที่ยวเข้ามาพักผ่อนเป็นจำนวนมากบริเวณปลายแหลมบาลีฮาย ซึ่งทั้ง 2 โครงการจะสอดคล้องกัน และโครงการสุดท้ายคือโครงการจัดทำรถไฟฟ้ารางเบาหรือ Tram เพื่อใช้ในการรองรับผู้โดยสารจากรถไฟฟ้าความเร็วสูงบริเวณสถานีรถไฟพัทยา เพื่อเพิ่มความสะดวกสบายและมาตรฐานด้านการขนส่งมวลชน ซึ่งถือเป็นเรื่องที่สำคัญและน่าสนใจอย่างมาก

            ด้าน นายกัมพล ตันสัจจา ผู้อำนวยการสวนนงนุชพัทยา กล่าวว่าในอดีตได้เคยทำงานร่วมกับ อพท.และเคยเสนอแนะการจัดทำ Pattaya On Pier ให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเหมือนในทวีปยุโรป อเมริกา และอื่นๆ ซึ่งจะเป็น Center Point สำคัญที่สามารถดึงดูดนักท่องเที่ยวได้เป็นอย่างดี ซึ่งปัจจุบันมีการออกแบบไว้เบื้องต้นแล้ว ซึ่งจะมีสัดส่วนทั้งสถานบันเทิงแบบ Night Life แหล่งช้อปปิ้ง  ร้านอาหาร สถานที่ในการจัด Event ที่สำคัญชายทะเล และสวนสาธารณะเพื่อใช้ในการพักผ่อน โดยจะมีการต่อยื่นแนวถนนออกไปด้านหลังในทะเล โดยไม่ใช้วิธีการถมทะเลในระยะประมาณ 50 เมตรจากแนวด้านหลังอาคาร 101 ราย ที่จะมีการจำกัดแนวไว้ตามที่รัฐกำหนด ซึ่งคาดว่าจะได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก โดย เฉพาะปัจจุบันเอง 101 รายหรือวอล์คกิ้งสตรีท ก็ถือเป็นแหล่งท่องเที่ยวสำคัญที่นักท่องเที่ยวนิยมอยู่แล้ว ดังนั้นการพัฒนาก็จะทำให้เมืองพัทยามีสีสันมากขึ้น เหมือนเป็น GinZa ของประเทศไทย

            ขณะที่ นายสนธยา คุณปลื้ม นายกเมืองพัทยา กล่าวว่าโครงการ Pattaya On Pier นั้นเคยมีแนวคิดในการจัดทำมาแล้วหลายครั้ง ตั้งแต่สมัยที่สถาบันวิจัย Jica จากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาออกแบบและวางแผนแม่บทในการแก้ไขปัญหาความเสื่อมโทรมของเมืองพัทยาตั้งแต่ปี 2538 แต่ติดปัญหาหลายด้าน โดยเฉพาะกรณี มติ ครม.ที่ให้รื้อถอนอาคาร 101 ราย ออกไปจากชายหาดพัทยาใต้ในปี 2541 แต่ก็ไม่มีความคืบหน้าใดๆทุกอย่างจึงหยุดชะงักไป จากนั้นก็มีแนวคิดการจัดทำมาหลายครั้ง จนล่าสุดในช่วงปี 2559 เมืองพัทยาก็ได้รับมอบหมายให้ดำเนินการเกี่ยวกับเรื่องของอาคาร 101 รายอีกครั้ง ได้แก่ การสำรวจเอกสารสิทธิ์ การจัดทำการเลือกเพื่อพัฒนาชายหาดเพื่อนนำมาเทียบถึงผลดี-เสียระหว่างการรื้อกับการพัฒนาเพื่อการท่องเที่ยว และการเสนอแนะรับฟังความคิดเห็นจากผู้มีส่วนได้เสีย

            นายสนธยา กล่าวอีกว่า ต่อมาเมืองพัทยาได้ว่าจ้างให้ คณะสถาปัตย์ มหาวิทยาลัยศิลปากร เข้ามาศึกษา วางแผนและออกแบบโครงการ ซึ่งกำหนดทางเลือกไว้จำนวน 4 ทาง อาทิ 1.การรื้อถอนอาคารทั้งหมด แล้วสร้างโครงสร้างใหม่ทดแทนเพื่อการท่องเที่ยวและพานิชย์ 2.การรื้อถอนส่วนเกินระยะ 40 เมตร นับแต่ถนนเพื่อจัดทำพื้นที่สีเขียว ส่งเสริมสังคม เศรษฐกิจ 3.รื้อถอนทั้งหมด ฟื้นฟูชายหาด สร้างพื้นที่สีเขียว และ 4.รื้อถอนทั้งหมด ฟื้นฟูชายหาดให้เหมือนพัทยากลางและพัทยาเหนือ ทั้งนี้จากการรับฟังความคิดเห็นพบว่าทางผู้ประกอบการ 101 รายเสนอให้มีทางเลือกที่ 5 คือขอร่นระยะเหลือ 27 เมตร พร้อมทำโครงสร้างใหม่ โดยมีพื้นที่สีเขียว แหล่งเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว แต่ทุกอย่างก็ต้องดูระเบียบและกฎหมาย เนื่องจากยังติดปัญหาที่ มติ ครม.เดิม รวมทั้งเรื่องของสิ่งแวดล้อมโครงการเหล่านี้จึงชะลอเรื่อยมา

            นอกจากนี้ในที่ประชุมยังมีการหารือแนวทางการจัดสร้าง Cruise Terminal หรือท่าเรือสำราญบริเวณปลายแหลมบาลีฮาย เพื่อสอดรับกับโครงการ Pattaya On Pier ซึ่งเห็นตัวอย่างจากความเจริญมาแล้วในหลายประเทศ รวมถึงโครงการรถไฟฟ้ารางเบา หรือ Tram ซึ่งเมืองพัทยามีการศึกษาเส้นทางเบื้องต้นไว้แล้วตั้งแต่สมัยที่จะจัดทำรถไฟฟ้าแบบ Monorail เพื่อต่อเชื่อมรถไฟฟ้าความเร็วสูงระยะทาง 8 กม. อย่างไรก็ตามโครงการเหล่านี้ ยังเป็นเพียงการหารือและยังไม่มีการบรรจุเข้าไปในแผนของ EEC ที่ต้องเร่งดำเนินการ จึงเสนอให้มีการนำเข้าไปชี้แจงและเสนอเพื่อเข้าสู่ Project Fast Track List เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรมต่อไป

Follow Us