เมืองพัทยาเดินหน้าจัดระเบียบผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวใหม่ หลังเจอร้องเรียนเพียบ

            (15 พ.ค. ) ที่ศาลาว่าการเมืองพัทยา จ.ชลบุรี​ นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยา เป็นประธานประชุมคณะทำงานจัดระเบียบชายหาดและท่าเทียบเรือท่องเที่ยวพัทยาใต้ ด้านการปรับปรุงภูมิทัศน์และสิ่งแวดล้อม โดยมีคณะทำงาน ซึ่งเป็นผู้แทนจากเมืองพัทยา และหน่วยงานภาคต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม อาทิ สำนักงานเจ้าท่าพัทยา เจ้าหน้าที่ทหารจาก มทบ.14 สมาชิกสภาเมืองพัทยา ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจน้ำ ตำรวจตรวจคนเข้าเมือง สำนักงานกรมทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวด ล้อม กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ สภ.เมืองพัทยา เข้าร่วมเพื่อประชุมหาแนวทางการแก้ไขปัญหาการรับ – ส่งนัก ท่องเที่ยว บริเวณชายหาดพัทยา ให้เป็นระเบียบเรียบร้อย รวมถึงการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวแหลมบาลีฮาย

                นายรณกิจ เอกะสิงห์ รองนายกเมืองพัทยากล่าวว่าปัจจุบันได้รับการร้องเรียนอย่างมากจากผู้ประกอบการ ประชาชนและนักท่องเที่ยว เกี่ยวกับการรับส่งนักท่องเที่ยวขึ้นเรือบริเวณริมชายหาดพัทยา เนื่องจากแต่ละวันจะมีปริมาณนักท่องเที่ยวกว่า 1 หมื่นคน จากเรือนับพันลำ ทำให้เกิดปัญหาด้านการจราจร ความไม่ปลอดภัย มาตรฐานด้านการท่องเที่ยว ความไม่เป็นระเบียบ และภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว จึงมีการนำเสนอที่จะให้ผู้ประกอบการกลับไปใช้พื้นที่ที่จัดเตรียมไว้บริเวณท่าเทียบเรือบาลีฮายพัทยาใต้ใหม่หลังจากเคยดำเนินการมาแล้วในช่วงจัดระเบียบ จึงมีการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นว่าสมควรจะแก้ไขปัญหาไปในทิศทางใด

                ด้านนายเอกราช คันธโร ผอ.สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคพัทยา เปิดเผยว่าในช่วงการจัดระเบียบได้เคยมีการบังคับให้ผู้ประกอบการมาใช้พื้นที่ของท่าเทียบเรือมาแล้ว ซึ่งก็สามารถดำเนินการได้ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา แต่ช่วงนั้นมีการปรับปรุงอาคารโดยสาร ท่าเทียบเรือและปรับภูมิทัศน์ จึงผ่อนปรนให้ผู้ประกอบการกลับมาใช้พื้นที่ชายหาดชั่วคราว ขณะที่ผู้ประกอบ การเองก็ร้องเรียนไปยังจังหวัดชลบุรี ว่าพื้นที่ของท่าเทียบเรือไม่สามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างมีประสิทธิภาพ เนื่องจากอาจนถึงปัจจุบันอาคารยังไม่เปิดใช้แม้จะมีการปรับปรุงเสร็จ ท่าเทียบเรือที่ไม่เพียงพอต่อการให้บริการ จึงมีความหนาแน่น แอออัด รวมทั้งการจราจร จุดพักคอ และห้องสุขาที่ไม่เพียงพอ จึงทำให้ต่อมาการย้ายกลับมาใช้ท่าเรืออีกครั้งยังไม่ได้รับความร่วมมือมากนัก ที่สำคัญในช่วงการจัดระเบียบจะมีเรือท่องเที่ยวทุกประเภทประมาณ 800-1,000 ลำ แต่ปัจจุบัน เฉพาะเรือปีดโบ๊ตอย่างเดียวกลับมีปริมาณเพิ่มขึ้นถึง 1,200 กว่าลำ ยิ่งทำให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปได้ยาก เพราะไม่มีกฏหมายควบคุมปริมาณการนำเรือมาให้บริการ ขณะที่ปัจจุบันมีพื้นที่ทางน้ำเพียง 4 ตารางไมล์ ซึ่งรองรับเรือได้ประมาณไม่เกิน 2,000 ลำ แต่ปัจจุบันกลับมีปริมาณเกินขีดจำกัด ซึ่งเป็นเรื่องน่าวิตกเรื่องของอุบัติภัยทางทะเลเป็นอย่างมาก ดังนั้นการย้ายกลับไปที่ท่าเทียบเรือหากไม่มีความพร้อมก็อาจสร้างปัญหาได้

            ขณะที่ นายชาคร กัญจนะวัตตะ รองประธานสภาเมืองพัทยา กล่าวว่าในอดีตยุคที่ คสช.เข้ามาจัดระเบียบใหม่ๆสามารถแก้ไขปัญหาสร้างเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังนั้นการทวงคืนพื้นที่จอดเรือเพื่อนำมาใช้ประโยชน์สาธารณะ การจัดระเบียบการจอด การรับส่งนักท่องเที่ยว ซึ่งสภาเมืองพัทยาเองก็ได้อนุมัติงบประมาณจำนวนมาก ตั้งแต่การปรับปรุงอาคาร 25 ล้านบาท การซ่อมปรับปรุงสะพานท่าเทียบเรือที่ชำรุด 30 ล้านบาท การเพิ่มโป๊ะจอดเรือจำนวน 2 โป๊ะ และการปรับภูมิทัศน์โดยรอบอีกกว่า 97 ล้านบาท เพื่อรองรับการจัดกิจกรรมสวนสนามทางเรือนานาชาติ แต่ช่วงดำเนินการมีการผ่อนผันให้ผู้ประ กอบการเรือมารับส่งนักท่องเที่ยวที่ชายหาดเป็นการชั่วคราว แต่ปรากฏว่าพอดำเนินการแล้วเสร็จก็ปล่อยปละละเลยไม่ให้มีการโยกย้ายหรือกลับมาใช้พื้นที่เดิม โดยผู้ประกอบการระบุว่ามีปัญหาหลายด้านซึ่งเรื่องนี้เมืองพัทยาต้องเร่งแก้ไข โดยเฉพาะอาคารรองรับผู้โดยสารซึ่งปรับปรุงเสร็จมานานกว่า 2 ปีแต่ไม่เปิดใช้งานจนเกิดการชำรุดทรุดโทรม

            อย่างไรก็ตาม เมืองพัทยาต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในส่วนของท่าเทียบเรือให้เรียบร้อย รวมถึงแผนที่มอบหมายให้กรมโยธาออกแบบการก่อสร้างท่าเทียบเรือเพิ่มขึ้นอีก 10 ท่าให้แล้วเสร็จโดยเร็ว เพื่อให้ผู้ประกอบการกลับมาใช้พื้นที่ท่าเทียบเรือใหม่เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบ ส่วนข้ออ้างของผู้ประกอบการเกี่ยวกับเรื่องของเวลาจัดทัวร์หรือโปรแกรมต่างๆก็เป็นเรื่องผู้ประกอบการต้องปรับตัวและแก้ไขเพื่อให้การท่องเที่ยวเดินหน้าต่อไปได้ โดยมีการจัดประชุมร่วมเพื่อรับฟังสภาพปัญหาและร่วมหาวิธีการแก้ไขที่ชัดเจน ด้วยชายหาดพัทยาเป็นจุดขายสำคัญด้านการท่องเที่ยวก็ควรให้เกิดความเป็นระเบียบ สวย งาม และเป็นที่พักผ่อนอย่างแท้จริง หลังมีการใช้งบประมาณจำนวนหลายร้อยล้านบาทในการเสริมทราย

            ขณะที่ พ.ต.ไพจิตร เจริญพงษ์ ผบ.มว.รส.มทบ.14 ระบุว่าปัจจุบันมีปัญหาร้องเรียนในโลกโซเชียลเป็นอย่างมาก ถึงความไร้ระเบียบที่เกิดขึ้น ส่วนตัวแล้วมองว่าการดำเนินการสามารถกระทำได้ เพราะเคยจัดทำมาแล้วและได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่หากมีปัญหาที่ต้องแก้ไขเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวให้เพียงพอและลดผลกระทบเมืองพัทยาก็ต้องเร่งปรับปรุงเพื่อสนองตอบความต้องการของผู้ประกอบการ ทั้งเรื่องขงอาคารจุดพักคอย สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ การจราจร ห้องสุขา และอื่นๆ สิ่งสำคัญคือการจัดระเบียบนั้นมีกฎหมายรองรับ หากทุกหน่วยงานให้ความร่วมมือกันอย่างจริงจังการจัดระเบียบคงไม่ใช่เรื่องยาก ส่วนปัญหาเรื่องโปรแกรมท่องเที่ยวเป็นส่วนของผู้ประกอบการที่ต้องปรับเพื่อให้เกิดความสมดุลย์และเป็นระเบียบตามคำสั่งจังหวัดชลบุรีที่มีมติให้มีการจัดระเบียบพื้นที่การจอดเทียบเรือเพื่อรับส่งคนโดยสารเพื่อความปลอดภัยในการเดินเรือและการใช้เรืออันเป็นระเบียบการจราจรทางน้ำในพื้นที่อ่าวพัทยา โดยกำหนดให้เรือบรรทุกคนโดยสารทุกประเภทนำเรือไปเทียบท่าเพื่อรับส่งคนโดยสาร ที่โป๊ะเทียบเรือพัทยาใต้ทั้ง 6 โป๊ะ ตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 เป็นต้นไป โดยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา 132 แห่งพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พ.ศ 2456 คือ 1. ห้ามมิให้นำเรือทำการรับส่งขนถ่ายผู้โดยสารขึ้นลงเรือบริเวณชายหาดพัทยาหรือกระทำการใดๆ ในลักษณะเป็นการนำเรือเข้าไปจอดบนชายหาดของทะเลเป็นอันขาด 2. ในกรณีมีการรับส่งขนถ่ายผู้โดยสารให้นำเรือไปจอดเทียบท่าเพื่อทำการรับส่งขนถ่ายผู้โดยสาร ณ โป๊ะเทียบเรือพัทยาใต้ทั้ง 6 เท่านั้น  3. ให้ปฏิบัติตามประกาศ สำนักงานเจ้าท่าภูมิภาคสาขาพัทยา ที่ 5/2560 ลงวันที่ 30 มกราคม 2560 เรื่องให้หลีกเลี่ยงและระมัดระวังในการเดินเรือบริเวณเขตท่าเรือพัทยา โดยห้ามมิให้ผู้ควบคุมเรือนำเรือเข้ามาจอดทิ้งสมอในพื้นที่ทะเลบริเวณท่าเทียบเรือพัทยาใต้มีรัศมีโดยรอบสะพานท่าเทียบเรือและโป๊ะเทียบเรือระยะ 300 เมตร

            ด้าน นายรณกิจ กล่าวทิ้งท้ายว่าสำหรับผลของการประชุมครั้งนี้ จะนำเรื่องเสนอต่อนายกเมืองพัทยา เกี่ยวกับการกำหนดอัตราการใช้บริการท่าเทียบเรือ และศาลาท่าเทียบเรือแหลมบาลีฮาย ด้วยการประกาศจัดทำระเบียบเมืองพัทยาว่าด้วยหลักเกณฑ์เงื่อนไขและวิธีการใช้ประโยชน์พื้นที่บริเวณท่าเทียบเรือของเมืองพัทยา พร้อมหารือต่อผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรีรับทราบถึงปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น เพื่อนัดหมายผู้ประกอบการบริษัทเรือ และ รถทัวร์นำเที่ยว รับทราบปัญหา พร้อมเดินหน้าแก้ไขไปพร้อมๆ กัน เพื่อประโยชน์สุขบ้านเมืองต่อไป

Follow Us